"โลกของโซฟี"เป็นวรรณกรรมเยาวชน ของ โยสไตน์ กอร์เดอร์ นักเขียนชาวนอร์เวย์ เล่มนี้เป็นเล่มล่าสุดที่ผู้เขียนได้อ่าน แล้วรู้สึกประทับใจ และทำให้ผู้เขียนเข้าใจ "ปรัชญา" มากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ออกจะทำความเข้าใจยากสักหน่อย เพราะเนื้อหาเกี่ยวกับ ปรัชญา กับความคิดของนักปรัชญารุ่นเก่าๆ ที่ซับซ้อนมากๆ แต่เมื่อลองทำความเข้าใจ จะเห็นได้ว่าปรัชญาเป็นศาสตร์ที่น่าติดตาม ตื่นเต้น (แม้ผู้เขียนจะเข้าใจเพียงน้อยนิด)และสอนให้เรา "คิด" อยู่เสมอ

จากความประทับใจในวรรณกรรมเล่มนี้ ผู้เขียนจึงคัดลอกข้อความที่น่าสนใจมาจำนวนหนึ่ง...

  • ปรัชญาไม่ใช่วิชาที่ใครจะเรียนได้ แต่สิ่งที่เราอาจเรียนได้คือการคิดอย่างปรัชญา
  • เวลาที่เราทำผิด เป็นเพราะเราไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีกว่า
  • ความสามารถในการแยกแยะถูกผิดนั้นวางอยู่บนการใช้เหตุผลของมนุษย์ ไม่ใช่มาจากสังคม
  • "เราไม่เห็นได้เรียนอะไรที่โรงเรียนเลย ความแตกต่างระหว่างครูกับนักเรียนคือ พวกครูมักคิดว่าตัวเองรู้อะไรเยอะแยะ แล้วพยายามยัดเยียดใส่หัวเรา แต่นักปรัชญาจะหาคำตอบในเรื่องต่างๆร่วมกับลูกศิษย์ของเขา"
  • ลักษณะพิเศษที่มีเฉพาะมนุษย์คือ การคิดอย่างมีเหตุผล
  • ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่อปล่อยให้ผู้ชายครอบงำวงการปรัชญาและวิทยาศาสตร์
  • การมีมโนธรรมเป็นคนละเรื่องกับการใช้มโนธรรม
  • ทั้งสามัญสำนึกและมโนธรรมอาจเทียบได้กับกล้ามเนื้อ ถ้าเราไม่ใช้กล้ามเนื้อนั้นบ่อยๆมันจะค่อยๆอ่อนแอลง
  • ไม่มีสิ่งใดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพราะความจำเป็น
  • ความดีกับความชั่ว ก็เหมือนใยของด้ายเส้นเดียวกัน ที่แทรกอยู่ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
  • ความไม่รู้คือ ก้าวแรกของการเรียนรู้สิ่งใหม่
  • จงเตือนตนเองอยู่เสมอว่าเธอแค่คือละอองเล็กๆของสรรพชีวิตในธรรมชาติ
  • ไม่ใช่ปัจเจกบุคคลที่สร้างภาษา แต่ภาษาต่างหากที่สร้างปัจเจกบุคคล
  • ปรัชญาคือกระจกเงาของจิตสากล
  • สิ่งที่สำคัญที่สุดจะต้องเกิดขึ้นในตอนที่เราไม่พูด
  • ความยุติธรรมมีแต่ในหมู่คนที่เท่าเทียมกันเท่านั้น
  • การเปลี่ยนแปลงเล็กๆแต่ต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ได้ ถ้าให้เวลามากพอ
  • นักปรัชญาที่แท้ต้องไม่กัน ที่จะชี้ให้คนเห็นถึงสิ่งที่"น่าสะพรึงกลัว"
  • ใครก็ตามที่บอกว่าไม่เข้าใจศิลปะ ก็แปลว่าเขาไม่รู้จักตัวเองดี
  • ลักษณะเด่นที่สุดของของฝูงคนคอ การพูดจาเรื่อยเปื่อย
  • "เราอยู่ที่นี่กำลังท่องไปในการผจญภัยที่แสนมหัศจรรย์ มีงานสร้างสรรค์ ซึ่งปรากฏต่อสายตาของเราท่ามกลางแสงเจิดจ้าของเวลากลางวัน โซฟี สิ่งเหล่านี้ไม่น่าอัศจรรย์หรือ!"

ปล.ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านและขออภัยถ้ามีความผิดพลาดประการใด

หน้าปกที่มีที่บ้านค่ะ มันมีหลายหลายเวอร์ชั่นน่ะค่ะ

ปล.ได้โคดเพลงมาแล้ว แต่ทำไม่ถูกค่ะ เหอๆ แปะยังไงอ่า~ ขอความกรุณาด้วยนะค่ะ


edit @ 2007/04/20 20:14:54

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

กำลังจะยืมเพื่อนมาอ่านอยู่ แต่เพื่อนยังอ่านไม่จบเลย อยากอ่านจัง

#1 By *บลาสต์ on 2007-04-19 21:57

เรื่องนี้นั่งอ่านที่ร้านหนังสือตอนรอเพื่อน (ซึ่งนานมากๆ รอนานเกือบตาย) แต่อ่านไม่ทันจบเพื่อนมา สรุปไอเลยซื้อกลับบ้าน ฮ่าๆๆ

ลึกซึ้งดีค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจบางเรื่องวักที

#2 By aine on 2007-04-19 22:01

มีแต่ยังไม่ได้อ่านเลย แล้วจะแวะมาดูใหม่ค่ะ

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-04-19 22:04

อะโห!!
ดูมีประโยชน์มากเลยเจ้าคะ
น่าอ่านมากมาย หุๆ
น่าตอบ tag แล้วนะเจ้าคะ ^^
ไปอ่านได้ตายบายค่ะ

#4 By RenaviA on 2007-04-20 10:51

><
ขอบคุณนะเจ้าคะที่เปเมนท์
น่าก็แอบคิดงั้น
ทำไมคนูโดนหนักจังงิ

#5 By RenaviA on 2007-04-22 16:24

น่าอ่านดีค่ะ
ชอบปรัชญาจังเลย
แต่รูปปกไม่ขึ้นอ่ะค่ะ

#6 By 『かりん』 on 2007-04-22 19:51

คมคายบาดลึกมาก!

แต่ข้อรองสุดท้ายงงสุดๆ

#7 By HoRo ... ll on 2007-04-22 22:15

น่าอ่านจังครับ เอาไว้จะไปซื้อมาอ่าน
หุหุ เพิ่งเคยเข้าเวบท่านครั้งแรก เวบสวยดีแฮะ

#9 By Litt2oo3 on 2007-04-26 21:41

ตอบ : คุณ HoRo..ll
หมายถึงว่าโลกนี่อัศจรรย์มากๆค่ะ (ถ้าเรามองให้ดี)
ขอบคุณ คุณ Litt2oo3 ค่ะ

#10 By Menamarea on 2007-04-27 14:46

เราเองก็ชอบเรื่องนี้มากๆเหมือนกันค่ะ แต่จำไม่ค่อยได้แหล่ว
เราชอบงานปรัชญาของเฮอร์มาน เฮสเส ที่สุดเลยค่ะ เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมด้วยนะ สุดยอด!!!!!
ได้จดหมายรึเปล่าคะ กลัวไม่ถึงจังเลย ได้แล้วรายงานโด้ย----

#11 By B-Ichise-\@q@/- on 2007-04-27 20:37

อ่านด้วยหรอค่ะ งาน เฮอร์มาน เฮสเส อ่ะ มีนะก็อ่านค่ะ
จม.ยังไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าได้เมื่อไหร่จะรายงานทันทีค่ะ!!

#12 By Menamarea on 2007-04-28 14:59

เมื่อก่อนชอบอ่านแนวนี้เหมือนกันนะ แต่พอแก่ขึ้นเริ่มชอบอ่านอะไรที่มันเบาๆ

#13 By yatiko on 2007-04-29 22:57

อ่านค่ะ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่อง แหะๆ

#14 By ไม่มีอะไรเกิดจากความว่างเปล่า (58.8.207.79) on 2009-03-12 22:19

#15 By (61.19.210.250) on 2009-06-17 14:43

#16 By (61.19.210.250) on 2009-06-17 14:43

เอิก...เมี้ยว
ประทับใจจริงค่า
ตอนนี้อ่านเกินครึ่งเล่มแล้ว
จะพยายามอ่านให้จบค่ะquestion

#17 By Catzilla128 on 2009-09-22 15:49

หนังสือเล่มโปรดที่อ่านหลายรอบจนไม่ต้องนับแล้วว่ากี่รอบ big smile
อ่านแล้วได้อะไรเยอะเชียวค่ะ

#18 By cobaltblue on 2010-03-08 01:35

My teacher askede to read this novel. Sorry for my bad English, I can\'t used thai language now:(. Thank a lot for your review.:)

#19 By ผ่านมาเจอ (202.28.27.2) on 2011-06-08 17:11